การดูแลตนเองหากมีอาการป่วย 

วิธีการดูแลตนเองเบื้องต้นหากมีอาการเจ็บป่วยซึ่งในบางท่านอาจจะไม่มีคนดูแลก็สามารถกระทำได้โดยวิธีดังต่อไปนี้ 

คุณรู้หรือไม่ว่าการเป็นหวัดหรือการติดเชื้อในระบบของทางเดินการหายใจของเรานั้นหรืออาจจะเป็นโรคต่างๆก็ตามแต่เป็นตัวก่อให้เกิดสาเหตุของการไอด้วยกันทั้งสิ้นโดยการไอนั้นจะมีการแบ่งเป็นการไอแบบแห้งหรือการไอแบบมีเสมหะหรืออาจจะเป็นการไอแบบเรื้อรัง ได้เช่นกันซึ่งไม่ว่าจะเป็นการไอแบบไหนก็ตามก็สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่เปลี่ยนได้เช่นกันเพราะบางคนเป็นมากถึงกับไอทั้งวันทั้งคืนไม่หยุดไม่ว่าจะเป็นตามสถานที่ต่างๆก็ไม่สามารถห้ามการไอของตัวเองได้ดังนั้นวันนี้  สมัครเว็บหวยฮานอย  จะมาแนะนำวิธีการบรรเทาอาการไอให้ดีขึ้น หรือให้หายเร็วที่สุดนั่นเอง 

วิธีการดูแลตนเองหากมีอาการไอมีดังนี้ 

ควรดื่มน้ำให้มากๆ 

สำหรับท่านที่มีอาการไอมากท่านควรเริ่มจากการดื่มน้ำให้มากขึ้นหากในแต่ละวันถ้ามีการดื่มน้ำน้อยอยู่แล้วควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของท่านด้วยการทานน้ำให้เพิ่มขึ้นมากขึ้นกว่าเดิมอาจจะมีการค่อยค่อยเริ่มปรับก็ได้คือเพิ่มทีละนิดทีละนิดในแต่ละวันเดียวก็สามารถทานได้เยอะขึ้นได้เองคุณรู้หรือไม่ว่า คนที่มีเสมหะในลำคอน้ำที่เราดื่มไปเรานั้นจะเป็นการช่วยเพิ่มการละลายของเสมหะให้ลดลงแต่เขาว่าคนที่มีการไอแห้งแห้งน้ำนั้นก็จะเป็นการช่วยให้มีความชุ่มชื้นในลำคอเพื่อเพิ่มในการลดการระคายเคืองลดลงได้เช่นกันนอกจากนั้นจะช่วยในการไอยังเป็นการช่วยขับสารพิษในร่างกายได้อีกระดับหนึ่งด้วยนะ 

เราควรทานน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็น 

อันที่จริงการดื่มน้ำที่มากขึ้นก็ดีขึ้นแล้วแต่การเลือกดื่มน้ำควรเลือกดื่มน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็นคุณรู้หรือไม่ว่าน้ำอุ่นนั้น จะช่วยเป็นการทำให้ละลายเสมหะของเราได้เป็นอย่างดีและนอกจากนั้นมันยังเป็นการทำให้ลำคลองเรามีความชุ่มชื้นได้ดีกว่าการทานน้ำเย็นด้วยนะซึ่งนอกจากการดื่มน้ำอุ่นธรรมดาแล้วเรายังสามารถผสมกับน้ำผึ้งมะนาวเพื่อเป็นการทำให้ความชุ่มชื้นที่เขาอมีมากขึ้นเสียงก็ดีขึ้นด้วยเช่นกัน 

การอาบน้ำอุ่นในขณะที่เป็นหวัด 

เราจะเห็นได้ว่าน้ำเป็นตัวช่วยของเราด้วยกันทั้งสิ้นโดยเฉพาะน้ำอุ่นมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรามากกว่าน้ำเย็นด้วยซ้ำขนาดการอาบน้ำยังต้องใช้น้ำอุ่นเพื่อทำให้อุณหภูมิของร่างกายของเราอบอุ่นแถมยังเป็นการช่วยลดน้ำมูกที่เกิดขึ้นได้อีกด้วยนะสำหรับคนที่เป็นภูมิแพ้ควรอาบน้ำอุ่นเพราะมันดีต่อร่างกายของคนที่เป็นภูมิคุ้มกันต่ำ อีกด้วย          

อาหารสุขภาพ

  1. ขนมอบ เราไม่ควรเก็บเอาไว้ในตู้เย็นเพราะจะทำให้ขนมแข็งตัว เวลาเอาออกมาทานจะไม่อร่อย
  2. ฟังทองเทศ  การเก็บรักษาควรเก็บไว้ด้านนอกตู้เย็นเพียงแต่เก็บให้พ้นจากแสงแดดเท่านั้นพอ เพราะถ้าเอาเข้าตู้เย็นจะเสียง่ายกว่าและจะมีเชื้อราขึ้นเร็ว
  3. เนยถั่ว หากเอาเข้าตู้เย็นแล้วจะทำให้เนยถั่วแข็ง กินแล้วไม่อร่อย ซึ่งปกติแล้วคนที่ผลิตเนยถั่วเขาจะมีการกำหนดอายุในการเก็บรักษาเอาไว้อยู่แล้วว่าสามารถเก็บไว้ได้กี่วัน ดังนั้นการนำเข้าตู้เย็นจึงไม่มีประโยชน์อะไร เพราะไม่สามารถยืดอายุของเนยถั่วได้
  4. ซีเรียล  การเก็บรักษาซีเรียสควรเอาไว้ด้านนอกตู้เย็นจะช่วยรักษาความกรอบของซีเรียสได้ดีกว่าการเอาไว้ในตู้เย็น เพราะนอกจากจะไม่อร่อยแล้ว ยังทำให้มีเชื้อราขึ้นซีเรียสได้เร็วอีกด้วย
  5. น้ำสลัด เราไม่จำเป็นต้องเปลืองพื้นที่ในตู้เย็นเพื่อเก็บน้ำสลัดเพราะน้ำสลัดมีส่วนผสมของน้ำส้มสายชูที่จะช่วยเรื่องของอาหารบูดช้าได้อยู่แล้ว
  6. แอปริคอต ผลไม้ชนิดนี้เอาไว้นอกตู้เย็นจะสามารถเก็บความชุ่มชื้นภายในของผลไม้ได้ดีกว่า หากเอาเข้าตู้เย็นจะทำให้เหี่ยวเร็ว และชำง่ายทานแล้วจะไม่อร่อย
  7. สมุนไพร การเก็บรักษาสมุนไพรเหล่านี้ทางที่ดีเอาต้นมาแช่น้ำจะดีที่สุดจะสามารถรักษาความสดของสมุนไพรไว้ได้แต่หากนำเข้าตู้เย็นแล้วจะทำให้สมุนไพรเหี่ยวเร็วเพราะความเย็นในตู้เย็นจะทำให้สมุนไพรคายน้ำ
  8. ผลไม้เมล็ดแข้ง การนำเข้าตู้เย็นจะทำให้ผลไม้พวกนี้สุกช้ากว่าปกติ การนำวางไว้นอกตู้เย็นจะช่วยให้ผลไม้เหล่านี้สุกตามธรรมชาติจะได้กินสุกได้เร็วกว่าเอาเข้าตู้เย็น
  9. ถั่ว หากนำเข้าตู้เย็นแล้วจะแข็ง และความอร่อยของถั่วจะหายไป เอาไว้นอกตู้เย็นก็สามารถเก็บไว้ได้นานอยู่แล้ว และที่สำคัญความอร่อยยังคงอยู่ด้วย
  10.  เมล่อน หากต้องการกินเลยควรปอกแล้วแช่ตู้เย็นสักพักค่อยนำออมารับประทานจะให้ความอร่อยและเย็นฉ่ำ แต่หากยังไม่กิน ไม่ควรนำลูกเมล่อนเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็นเพราะหากเก็บไว้ด้านนอกตู้เย็นเมล่อนจะสุกเร็วกว่า ความหวานและความสดใหม่ของเมล่อนจะอยู่นานกว่าอยู่ในตู้เย็น
  11. พวกเครื่องเทศ  ลักษณะของเครื่องเทศมักจะมีการตากแห้งเอาไว้หรือมักจะมีการบดเป็นผงแล้ว ดังนั้น การเก็บไว้นอกตู้เย็นจะเป็นการรักษาสภาพเดิมได้ดีกว่า หากนำเข้าตู้เย็นแล้วจะทำให้เกิดความชื้นซึ่งจะมีผลทำให้เกิดเชื้อราขึ้นได้
  12. แตงกวาดอก  ของดองส่วนใหญ่ไม่ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นก็เป็นการยืดอายุการใช้งานอยู่แล้ว แต่หากเอาเข้าตู้เย็นอาจจะทำให้อาหารเสียได้ง่ายกว่าด้วยเพราะเชื้อราจะขึ้นเร็ว

 

สนับสนุนโดย  วิธีอยู่ร่วมกับคนติดเชื้อเอดส์

อาหารบำรุงผิวสำหรับวัย30+

คุณเคยกังวลเรื่องสุขภาพผิวของตัวคุณเองหรือไม่เมื่อคุณนั้นมีอายุแตะเลข3 หลายๆคนก่อนหน้านี้นั้นได้ปล่อยปะละเลยการดูแลผิวในช่วงของวัยรุ่น แต่เมื่อคุณอายุมากขึ้นจะถึงเมื่อวันที่อายุเข้าเลข3แล้วนั้น หากได้ลองไปส่องกระจกคุณจะเริ่มรู้สึกสังเกตถึงผิวของตัวเองที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งผิวหน้า และผิวกาย สำหรับบางคนนั้นผิวมีความหมอกคล้ำและหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงเหมือนกับวัยหนุ่มสาว และวิธีที่ทุกคนต่างแก้ไขนั้นก็จะมีแต่การดูแลจากภายนอกและการศัลยกรรมเท่านั้น

แต่ทุกคนมักจะลืมว่าผิวนั้นก็เป็นส่วนประกอบของร่างกาย ที่ต้องการสารอาหารไปช่วยบำรุงเช่นเดียว แล้วจะมีแหล่งอาหารอะไรบ้างที่เหมาะสมกับการดูแลผิวสำหรับคนอายุ30+กันบ้างนั้นมีดังนี้

1.มะเขือเทศ และ น้ำมะเขือเทศ หลายๆคนมักไม่ชอบกลิ่นของมมะเขือเทศ แต่ก็อยากให้คุณได้ลองทานน้ำมะเขือเทศวันละ 1 แก้ว เพราะมะเขือเทศเป็นแหล่งรวมสารอาหารที่ดีต่อผิวมากๆอย่างวิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินเค และสารไลโคปีน ที่มีประโยชน์ต่อผิว ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง และช่วยให้ผิวสว่างขึ้น

2.น้ำมะพร้าว ควรรับดื่มน้ำมะพร้าวสดๆที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งหรือใส่น้ำตาล เพราะในน้ำมะพร้าวนั้นจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆทางธรรมชาติอย่างเช่น โพแทสเซียม เหล็ก โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง กรดอะมิโน กรดอินทรีย์ วิตามินบี และในน้ำมะพร้าวยังให้ความหวานจากน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายนั้นสามารถดูดซึมไปใช้งานอย่างมีประโยชน์ได้ภายในระยะเวลาประมาณ 5 นาทีได้ทันที ซึ่งแร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยให้ผิวพรรณขาวใสมากขึ้น

3.โยเกิร์ตรสธรรมชาติ หลายคนไม่ชอบการทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติเพราะมีรสชาติเปรี้ยวกว่าโยเกิร์ตรสชาติอื่นๆ แต่อยากให้ได้ลอง เพราะในโยเกิร์ตจะรวมรวบสารอาหารไว้หลายชนิดเช่น วิตามินบี2 วิตามินบี5 วิตามินบี12 แคลเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ไอโอดีน สังกะสี เป็นต้น ซึ่งจะช่วยบำรุงเซลล์ผิว ทำให้ผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก ช่วยกระชับผิว

4.ชาเขียว ซึ่งได้มีงานวิจัยออกมาว่า ในชาเขียวนั้นมีสาร Epigallocatechin Gallate ซึ่งอาหารบำรุงผิวชั้นยอด และยังช่วยต้ายอนุมูลอิสระจำนวนมาก มีส่วนช่วยในการชะลอความแก่ชรา และความอ่อนเยาว์ รวมไปถึงการช่วยล้างสารพิษในร่างกายออกไป ลดการอักเสบของผิวที่เกิดจากสิวได้อีกด้วย

5.สาหร่ายทะเล ที่มีส่วนประกอบไปด้วยวิตามิน แคลเซียม และไอโอดีนเข้มข้น สามารถช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ แถมยังช่วยฟื้นฟูสภาพผิวและเส้นผมให้แข็งแรง ซึ่งได้มีงานวิจัยบอกว่ายังช่วยลดรอยเหี่ยวย่นและริ้วรอยบางๆได้เป็นอย่างดี

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv   ที่ให้การสนับสนุนบทความดีๆเหล่านี้

ผลไม้ที่คนท้องควรกิน…

ผลไม้กับคนท้องเป็นของที่คู่กันอย่างมาก เพราะนอกจากการกินผลไม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายของคนท้องแล้วยังส่งต่อผลประโยชน์ยังลูกในท้อง ผลไม้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อีกทั้งกินแล้วไม่ส่งผลให้คุณแม่ที่กำลังตั้งท้องมีน้ำหนักเกินอีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำว่าผลไม้อะไรบ้างที่ควรกินและมีประโยชน์

แอปเปิล :  เป็นผลไม้ที่หากินง่าย และสามารถหาซื้อกินได้ทุกฤดูเลยทีเดียว อีกทั้งราคาก็ไม่สูงเกินไปมากนัก ผลไม้ชนิดนี้เต็มไปด้วยเกลือแร่และวิตามิน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเสริมสร้างการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสระให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอลให้กับร่างกายได้อีกด้วย

มะละกอสุก : การกินมะละกอสุก จะทำให้ได้รับสารอาหารอย่างมากมาย ทั้งวิตามิน  แคโรทีน โพแทสเซียม โฟเลต และแมกนีเซียม และที่สำคัญมะละกอสุกมีเส้นใยอาหารเยอะ กินแล้วจะช่วยเรื่องลดปัญหาท้องผูก และมะละกอยังหาซื้อกินได้ตลอดทุกฤดูกาลที่สำคัญราคาถูกหาซื้อได้ง่าย และบางบ้านก็ปลูกกินเองที่บ้านได้อีกด้วย

กล้วย : เป็นอีกผลไม้ที่หากินง่ายมาก แถมยังปลูกกินที่บ้านเองก็ยังได้ กินได้ทุกวัน กล้วยกินแล้วย่อยง่าย ท้องไม่ผูกอีกทั้งยังมมีสารอาหารหลายอย่าง ทั้งวิตามิน เอ  , บี 1 , บี 2 , บี6 และวิตามินซี รวมถึงยังมีฟอสฟอรัส การกินกล้วยจะช่วยทำให้คุณแม่ที่กำลังท้องไม่เครียดและอารมณ์ดีอยู่เสมอ

ส้ม :  อย่างที่ทราบกันดีว่าส้มมีวิตามินซีสูงมาก ดังนั้นการกินส้มจะช่วยเรื่องของการป้องกันการเป็นไข้หวัดและส้มยังมีเส้นใยสูงจะช่วยเรื่องของระบบขับถ่ายให้ถ่ายได้ดีท้องไม่ผูกอีกด้วย อีกทั้งส้มยังหาซื้อได้ง่าย และราคาไม่แพงมากนัก ดังนั้น หากคุณแม่ท่านไหนกินส้มบ่อยบ่อยจะช่วยให้คุณแม่แข็งแรงไม่ป่วยงานอีกด้วย

มะพร้าว :  เชื่อไหมว่าคุณแม่ส่วนใหญ่มักจะกินน้ำมะพร้าว เพราะมีความเชื่อว่าจะช่วยให้คลอดลูกง่าย แต่อันที่จริงแล้ว น้ำมะพร้าวมีสารอาหารสูง และยังมีกลูโคสและแคลเซียม อีกทั้งช่วยดับกระหายและลดการอ่อนเพลียได้ดีมากมาก

แตงโม : การกินแตงโมจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น แตงโมหาซื้อง่ายกินอร่อย อีกทั้งยังเต็มไปด้วยโพแทสเซียมซึ่งจะมาช่วยเรื่องของการลดความเสี่ยงในเรื่องความดันเลือด 

เห็นไหมคะว่าผลไม้แต่ละชนิดมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง สามารถลดอาหารกินระหว่างวันก็ได้ ทั้งกินแล้วอิ่มและยังช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไม่เป็นโรคภัยไข้เจ็บได้ง่ายอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv