คาเฟอีนกับผลเสียต่อร่างกาย    

          ตอนทำงานเวลาที่คุณรู้สึกง่วงคุณคิดถึงเครื่องดื่มอะไรเป็นอันดับแรก เชื่อว่าทุกคนต้องตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าดื่มกาแฟ เพราะหลังจากที่คุณดื่มกาแฟเข้าไปสักพักสมองคุณก็จะตื่นตัวและกระปี้กระเปร่าแล้วก็มีแรงทำงานต่อ ที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ากาแฟที่เรากินเข้าไปมีสารคาเฟอีน ซึ่งสารคาเฟอีนนี่แหละที่ออกฤทธิ์ไปกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้ระบบประสาทตื่นตัว แต่ใช่ว่าคาเฟอีนจะมีแต่ในกาแฟอย่างเดียว มันยังมีส่วนผสมอยู่ในชา น้ำอัดลม แม้แต่ขนมหรือไอศครีมอีกด้วย   

         คาเฟอีนจัดเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว รสชาติขม สามารถละลายได้ดีในน้ำ คุณสมบัติพิเศษของคาเฟอีนก็คือการออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้หลอดเลือดขยายและขับปัสสาวะออกมาได้ง่าย ถ้าร่างกายได้รับคาเฟอีนขณะที่ท้องว่างมันจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที และยังคงออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายเราประมาณ 3- 6 ชั่วโมง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายได้รับปริมาณคาเฟอีนมากจนเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรา โดยผลเสียที่เกิดขึ้นกับร่างกายของมนุษย์เราได้แก่

  1. ผลเสียต่อสมอง เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่กระตุ้นสมองของเราอยู่แล้ว เมื่อดื่มเข้าไปผู้ดื่มจะรู้สึกไม่ง่วงนอนและตื่นตัวอยู่เสมอ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากจนสมองทำงานหนัก ทำให้เกิดภาวะความเครียด มีอาการมือสั่น กระวนกระวาย และปวดหัว 
  2. ผลเสียต่อระบบไหลเวียนของเลือด เมื่อร่างกายได้รับคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารอะดรีนารีนมากขึ้น

หลอดเลือดขยาย เกิดภาวะหัวใจเต้นเร็ว มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง

  1. ผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร เมื่อดื่มชาหรือกาแฟลงไปในกระเพาะอาหารแล้ว คาเฟอีนจะเป็นตัวเร่งให้มีการผลิตกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมาเยอะขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เนื่องจากจะทำให้แผลในกระเพาอาหารเกิดความระคายเคืองมากยิ่งขึ้น
  2. ผลเสียต่อการนอน เมื่อตกกลางคืนเราจะไม่รู้สึกง่วงนอนหรือมีอาการนอนไม่หลับ ทำให้เวลานอนที่ปกติเราควรนอนให้ถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง ลดลง เช้าตื่นขึ้นมาเมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอสมองก็เฉื่อยชา ไม่กระชุ่มกระชวย 
  3. ผลเสียต่อกระดูก เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์ต่อการขับปัสสาวะ เมื่อเราดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปมากๆเราก็จะปัสสาวะออกมากขึ้น จึงทำให้เราขาดแคลเซียม เป็นโรคกระดูกพรุนหรือเปราะบางได้ง่าย  เพราะโดยปกติแล้วแคลเซียมในร่างกายมนุษย์จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ดังนั้นเมื่อเราปัสสาวะออกมามากเท่าไรแคลเซียมก็จะถูกขับออกมามากตามไปด้วย

  เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ถึงผลเสียที่มีมากขนาดนี้แล้ว  เราก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนมากเกินไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกายควรหันมาดื่มนมหรือน้ำผักผลไม้แทนก็จะดีกว่าคะ

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟัง

เครื่องช่วยฟังสามารถทำให้คนที่มีปัญหาทางการได้ยินเสียงใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นจริงหรือไม่

               ในปัจจุบันของคนเราทุกคนเริ่มมีการใช้หูตั้งแต่ตื่นนอนขึ้นมา ชีวิตในแต่ละวันของแต่ละคนมีการดำเนินชีวิตที่ต่างกันแต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งก็คือการใช้หูเพื่อให้ได้ยินเสียง เริ่มตั้งแต่บางคนตื่นเช้าคนมาด้วยเสียงของนาฬิกาปลุกหรือบางคนตื่นขึ้นมาเพื่อต้องให้คนในครอบครัวปลุก เช่น พ่อหรือแม่ แต่บางคนก็ตื่นเช้าขึ้นมาเพราะเสียงธรรมชาติปลุก เช่น เสียงนกร้องหรือเสียงไก่ขัน

จะเห็นได้ว่าเพียงแค่เริ่มลืมตาตื่นคนเราก็มีความจำเป็นต้องใช้หูเพื่อช่วยให้การดำเนินชีวิตง่ายยิ่งขึ้น และหากเราทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่นมีความต้องการดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่ต้องการสนทนากับคนในครอบครัว ลองนึกสิว่าหากหูเราไม่สามารถได้ยินเสียงเหล่านั้น หรือได้ยินแต่เสียงเบามากฟังไม่ค่อยชัดว่าอีกฝั่งต้องการสื่อสารถึงอะไร จะมีผลกับชีวิตของเรามากแค่ไหน 

ผลกระทบอย่างแรกหากหูเราไม่ค่อยได้ยินเสียงคือผลกระทบทางด้านจิตใจ

หากเราต้องรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองมีปัญหา มีความรู้สึกแปลกแยกกว่าคนอื่น การใช้งานร่างกายในส่วนของหูไม่ได้ประสิทธิภาพ รู้สึกถึงความเป็นภาระของตนเองที่มีต่อคนให้มาต้องคอยพูดกับเราซ้ำๆหรือพวกเขาต้องหาวิธีการที่จะสื่อสารกับเราที่ได้ยินเสียงไม่ชัดให้รู้เรื่องมันจะมีผลทำให้เรารู้สึกแย่กับสิ่งเหล่านี้มากแค่ไหน 

หากเรามองไปทางไหนก็เห็นผู้คนคุยกันและยิ้มให้กันอย่างมีความสุข แต่เราไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของความสุขนั้นว่ามาจากอะไร สิ่งเหล่านี้จะมีโดยตรงต่อภายในจิตใจของคนที่มีปัญหาทางหูพวกเขาจะรับรู้ถึงความแตกต่าง

           ผลกระทบอย่างที่สองคือการเข้าสังคม  สำหรับคนที่มีปัญหาการได้ยินเสียง จะเริ่มรู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองและคนอื่นๆ ทำให้เริ่มที่จะเข้าสังคมน้อยลง พยายามที่จะปลีกตัวออกมาอยู่คนเดียว เพราะกลัวว่าคนอื่นจะรำคาญตัวเองที่มีปัญหา ซึ่งผลที่ตามมาอาจให้คนที่มีปัญหาทางการได้ยินป่วยเป็นโรคซึมเศร้าได้

         นี่เป็นเพียงผลกระทบส่วนน้อยที่ตัวอย่างมาก และหากคนที่มีปัญหาทางการได้ยินเสียงมี เครื่องช่วยฟัง มาคอยช่วยแก้ปัญหาเรื่องการได้ยินได้ พวกเขาสามารถเข้าสังคมและคุยกับคนอื่นได้อย่างปกติ ฟังคนอื่นรู้เรื่องปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นก็จะไม่เกิดขึ้น ซึ่งหลายคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน เมื่อมาใช้ เครื่องช่วยฟัง ต่างก็บอกว่าพวกเขาไม่ได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเขากับคนอื่นอีกเลย