ใครรู้บ้าง? โรคเบาหวานคืออะไร 

             สำหรับคนที่เป็นเบาหวานทางการแพทย์หมายถึงการที่ร่างกายของคนเรามีระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป เหตุผลก็มาจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนที่ชื่ออินซูลิน หรือเราสามารถอธิบายได้อีกอย่างหนึ่งคือการที่ร่างกายเรามีอาการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ซี่ผลที่ตามมาก็คือการดูดซึมน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิ์และมีความผิดปกติ ทำให้ร่างกายของคนเรามีการสะสมน้ำตาลอยู่ในเลือดในปริมาณที่มากเกินความพอดี

  และการที่เรามีน้ำตาลในเลือดมากแล้วไม่ทำการรีบรักษาจะมีผลทำให้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายเกิดการเสื่อมสภาพและมีโรคอื่นๆตามมาได้ง่าย  โดยปกติคนที่เป็นโรคเบาหวานมักจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้ หากมีการตรวจสอบจากทางแพทย์อาการจะไม่แสดออกเลย แต่ถ้าหากร่างกายมีอาการที่ส่อให้เรารู้เองเมื่อไหร่ว่าเราน่าจะเป็นโรคเบาหวาน นั่นหมายถึงว่า อยู่อาจจะเป็นเบาหวานมานานมากแล้วจนมีโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาแล้วมันจึงแสดงอาการออกมา

สำหรับอาการของโรคเบาหวานที่เรามักจะสังเกตได้ง่ายๆเลยก็คือ มีอาการปากแห้ง หิวน้ำบ่อย และปวดปัสสาวะบ่อยด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าบางคนมักจะหิวบ่อย และจะมีน้ำหนักที่มากขึ้นหรือลดลงผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดเจน มีสายตาพล่ามัวมองอะไรก็ไม่ค่อยขัดเจน มักจะเหนื่อยง่ายและมีอาการชา ตามมือและเท้าและที่สำคัญที่จะทำให้เราสังเกตได้ง่ายกว่าอย่างอื่นเลยก็คือ หากเป็นแผลเมื่อไหร่มักจะหายช้ามาก สำหรับการเป็นโรคเบาหวานนั้นสามารถเป็นได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย และมักจะพบบ่อยให้หญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะเริ่มเป็นเบาหวานเมื่ออายุครรภ์อยู่ที่ประมาณ 24-28 สัปดาห์  

           และสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้นจะต้องมีการปรึกษาแพทย์เพราะแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าโรคเบาหวานที่เราเป็นอยู่อยู่ในระดับไหนแล้ว มีความร้ายแรงมากหรือไม่ ซึ่งการรักษาผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักรักษาด้วยการควรคุมอาหารที่รับประทานเข้าไปให้มีความเหมาะสมและต้องให้หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงรวมถึงจะต้องมีการฉีดอินซูลินเข้าไปในร่างกาย เพื่อเข้าไปทดแทนส่วนที่ขาดหายไป ซึ่งในหญิงมีครรภ์ก็เช่นกัน จะต้องมีการควบคุมในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารไม่ให้มีรสหวานมาก แต่ในหญิงมีครรภ์แพทย์จะไม่ได้ให้ฉีดอินซูลิน เพียงแค่จะควบคุมเรื่องอาหารและการออกกำลังกายเท่านั้น

  และสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานแล้วเกิดมีบาดแผลขึ้น แพทย์จะต้องมีการทำความสะอาดแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอ และต้องพันแผลเอาไว้และคอยสังเกตอาการของแผลอย่างต่อเนื่องเพราะหากแผลมีการลุกลามและไม่ดีขึ้นอาจมีความจำเป็นต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้แผลมีการลุกลามมากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *