คาเฟอีนกับผลเสียต่อร่างกาย    

          ตอนทำงานเวลาที่คุณรู้สึกง่วงคุณคิดถึงเครื่องดื่มอะไรเป็นอันดับแรก เชื่อว่าทุกคนต้องตอบออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าดื่มกาแฟ เพราะหลังจากที่คุณดื่มกาแฟเข้าไปสักพักสมองคุณก็จะตื่นตัวและกระปี้กระเปร่าแล้วก็มีแรงทำงานต่อ ที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ากาแฟที่เรากินเข้าไปมีสารคาเฟอีน ซึ่งสารคาเฟอีนนี่แหละที่ออกฤทธิ์ไปกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้ระบบประสาทตื่นตัว แต่ใช่ว่าคาเฟอีนจะมีแต่ในกาแฟอย่างเดียว มันยังมีส่วนผสมอยู่ในชา น้ำอัดลม แม้แต่ขนมหรือไอศครีมอีกด้วย   

         คาเฟอีนจัดเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผงสีขาว รสชาติขม สามารถละลายได้ดีในน้ำ คุณสมบัติพิเศษของคาเฟอีนก็คือการออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้หลอดเลือดขยายและขับปัสสาวะออกมาได้ง่าย ถ้าร่างกายได้รับคาเฟอีนขณะที่ท้องว่างมันจะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่เกิน 30 นาที และยังคงออกฤทธิ์อยู่ในร่างกายเราประมาณ 3- 6 ชั่วโมง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายได้รับปริมาณคาเฟอีนมากจนเกินไปย่อมส่งผลกระทบต่อชีวิตของเรา โดยผลเสียที่เกิดขึ้นกับร่างกายของมนุษย์เราได้แก่

  1. ผลเสียต่อสมอง เนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่กระตุ้นสมองของเราอยู่แล้ว เมื่อดื่มเข้าไปผู้ดื่มจะรู้สึกไม่ง่วงนอนและตื่นตัวอยู่เสมอ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากจนสมองทำงานหนัก ทำให้เกิดภาวะความเครียด มีอาการมือสั่น กระวนกระวาย และปวดหัว 
  2. ผลเสียต่อระบบไหลเวียนของเลือด เมื่อร่างกายได้รับคาเฟอีนจะไปกระตุ้นให้มีการหลั่งสารอะดรีนารีนมากขึ้น

หลอดเลือดขยาย เกิดภาวะหัวใจเต้นเร็ว มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง

  1. ผลเสียต่อระบบทางเดินอาหาร เมื่อดื่มชาหรือกาแฟลงไปในกระเพาะอาหารแล้ว คาเฟอีนจะเป็นตัวเร่งให้มีการผลิตกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหารออกมาเยอะขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยที่มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เนื่องจากจะทำให้แผลในกระเพาอาหารเกิดความระคายเคืองมากยิ่งขึ้น
  2. ผลเสียต่อการนอน เมื่อตกกลางคืนเราจะไม่รู้สึกง่วงนอนหรือมีอาการนอนไม่หลับ ทำให้เวลานอนที่ปกติเราควรนอนให้ถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง ลดลง เช้าตื่นขึ้นมาเมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอสมองก็เฉื่อยชา ไม่กระชุ่มกระชวย 
  3. ผลเสียต่อกระดูก เนื่องจากคาเฟอีนมีฤทธิ์ต่อการขับปัสสาวะ เมื่อเราดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเข้าไปมากๆเราก็จะปัสสาวะออกมากขึ้น จึงทำให้เราขาดแคลเซียม เป็นโรคกระดูกพรุนหรือเปราะบางได้ง่าย  เพราะโดยปกติแล้วแคลเซียมในร่างกายมนุษย์จะถูกขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ ดังนั้นเมื่อเราปัสสาวะออกมามากเท่าไรแคลเซียมก็จะถูกขับออกมามากตามไปด้วย

  เพราะฉะนั้นเมื่อเรารู้ถึงผลเสียที่มีมากขนาดนี้แล้ว  เราก็ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนมากเกินไป เพื่อเพิ่มความสดชื่นให้แก่ร่างกายควรหันมาดื่มนมหรือน้ำผักผลไม้แทนก็จะดีกว่าคะ

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ภัยเงียบที่มาจากยากันยุง

        เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักยากันยุงกันบ้างโดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่จะนิยมนำยากันยุงมาจุดเพื่อใช้ในการกันยุงไม่ให้เข้ามากัดโดยส่วนใหญ่แล้วคนมักจะซื้อยากันยุงมาจากร้านค้าทั่วไปซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาไม่แพงเจอกันจุดยากันยุงส่วนใหญ่นั้นก็เพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ยุงมากัดเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องป่วยเป็นโรคไข้มาลาเรียหรือแม้แต่เป็นไข้เลือดออกแต่คุณรู้หรือไม่ว่ายากันยุงนั้นไม่ได้มีประโยชน์อย่างเดียวเท่านั้นแต่มันยังแฝงไปด้วยอันตราย

ซึ่งจะค่อยๆเข้าไปทำอันตรายภายในร่างกายของเราได้อีกด้วยคุณจะสังเกตเห็นว่าการที่เราจัดยากันยุงนั้นมันจะมีควันลอยออกมาจากยากันยุงซึ่งถ้าหากเรานั่งอยู่ใกล้บริเวณที่มีควันออกมาเพราะต้องการที่จะให้ควันจากยากันยุงนั้นมันจะช่วยไล่ยุงให้ห่างจากตัวเรา และถึงแม้ยากันยุงจะช่วยไล่ยุงได้แล้วมันยังเข้าไปทำอันตรายภายในร่างกายรวมถึงปอดของเราได้ด้วย การที่คนเรานั่งอยู่ใกล้ยากันยุงก็จะทำให้เราสูดเอาควันจากยากันยุงเข้าไปในร่างกายของเราด้วยซึ่งคนเหล่านี้มันก็จะมีอันตรายพอๆกับการที่เราสูดเอาควันพิษจากท่อไอเสียหรือควรคิดจากบุหรี่เข้าไปในร่างกายของเรานั่นเอง

เพราะคนเหล่านี้จะส่งผลทำให้ปอดของเราได้รับความเสียหายซึ่งอันตรายก็ร้ายแรงพอๆกันกับการที่เราสูดเอาควันจากบุหรี่เข้าไปเช่นเดียวกันคุณจะสังเกตเห็นได้ว่าหากเรามีการสูดควันจากยากันยุงมากเกินไปคุณจะรู้สึกถึง ว่าตัวเองหายใจอึดอัดรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องและบางครั้งอาจจะมีอาการเวียนหัวคลื่นไส้ร่วมด้วยซึ่งถ้าหากใครแพ้ยากันยุงก็อาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองแถวบริเวณผิวหนังได้เช่นเดียวกันหลายคนที่นั่งใกล้ยากันยุงแล้วควรเข้าตาก็มักจะพบว่าจะมีการอักเสบของตาทำให้เกิดโรคตาแดงได้ด้วยเช่นเดียวกัน

       เชื่อว่าหลายคนคงคิดถึงแต่ประโยชน์ของการใช้ยากันยุงเพื่อที่จะไล่อยู่แต่ไม่เคยคิดถึงอันตรายจากการที่ใช้ยากันยุงกันเลย หากที่อ่านบทความนี้กันแล้วเชื่อว่าหลายคนคงจะเข้าใจถึงอันตรายที่เกิดจากการสูดดมควันจากยากันยุงได้เป็นอย่างดีเพื่อที่จะได้หาทางป้องกันในการใช้ยากันยุงแต่ละครั้งไม่ให้เกิดอันตรายกับร่างกายของตัวเราเองในการแนะนำเบื้องต้นของการใช้ยากันยุงนั้นควรจะใช้จุดให้ห่างจากบริเวณที่มีคนนั่งอยู่เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องสูดดมควันเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่มากนักหรือถ้าหากเป็นไปได้ในตอนนี้ยากันยุงมีหลายรูปแบบยากันยุงในรูปแบบของชนิดน้ำที่เอาไว้ทาตัวเราสามารถใช้แบบนั้นแทนการจุดก็ได้เช่นเดียวกัน 

 

ขอขอบคุณ  ซื้อหวยออนไลน์ เว็บไหนดี  ที่ให้การสนับสนุน

ใครรู้บ้าง? โรคเบาหวานคืออะไร 

             สำหรับคนที่เป็นเบาหวานทางการแพทย์หมายถึงการที่ร่างกายของคนเรามีระดับน้ำตาลในเลือดมากเกินไป เหตุผลก็มาจากการที่ร่างกายขาดฮอร์โมนที่ชื่ออินซูลิน หรือเราสามารถอธิบายได้อีกอย่างหนึ่งคือการที่ร่างกายเรามีอาการดื้อต่อฮอร์โมนอินซูลิน ซี่ผลที่ตามมาก็คือการดูดซึมน้ำตาลในเลือดทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิ์และมีความผิดปกติ ทำให้ร่างกายของคนเรามีการสะสมน้ำตาลอยู่ในเลือดในปริมาณที่มากเกินความพอดี

  และการที่เรามีน้ำตาลในเลือดมากแล้วไม่ทำการรีบรักษาจะมีผลทำให้อวัยวะต่างๆภายในร่างกายเกิดการเสื่อมสภาพและมีโรคอื่นๆตามมาได้ง่าย  โดยปกติคนที่เป็นโรคเบาหวานมักจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้ หากมีการตรวจสอบจากทางแพทย์อาการจะไม่แสดออกเลย แต่ถ้าหากร่างกายมีอาการที่ส่อให้เรารู้เองเมื่อไหร่ว่าเราน่าจะเป็นโรคเบาหวาน นั่นหมายถึงว่า อยู่อาจจะเป็นเบาหวานมานานมากแล้วจนมีโรคอื่นแทรกซ้อนขึ้นมาแล้วมันจึงแสดงอาการออกมา

สำหรับอาการของโรคเบาหวานที่เรามักจะสังเกตได้ง่ายๆเลยก็คือ มีอาการปากแห้ง หิวน้ำบ่อย และปวดปัสสาวะบ่อยด้วย นอกจากนี้ยังพบว่าบางคนมักจะหิวบ่อย และจะมีน้ำหนักที่มากขึ้นหรือลดลงผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดเจน มีสายตาพล่ามัวมองอะไรก็ไม่ค่อยขัดเจน มักจะเหนื่อยง่ายและมีอาการชา ตามมือและเท้าและที่สำคัญที่จะทำให้เราสังเกตได้ง่ายกว่าอย่างอื่นเลยก็คือ หากเป็นแผลเมื่อไหร่มักจะหายช้ามาก สำหรับการเป็นโรคเบาหวานนั้นสามารถเป็นได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย และมักจะพบบ่อยให้หญิงที่ตั้งครรภ์ ซึ่งมักจะเริ่มเป็นเบาหวานเมื่ออายุครรภ์อยู่ที่ประมาณ 24-28 สัปดาห์  

           และสำหรับการรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานนั้นจะต้องมีการปรึกษาแพทย์เพราะแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยว่าโรคเบาหวานที่เราเป็นอยู่อยู่ในระดับไหนแล้ว มีความร้ายแรงมากหรือไม่ ซึ่งการรักษาผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มักรักษาด้วยการควรคุมอาหารที่รับประทานเข้าไปให้มีความเหมาะสมและต้องให้หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงรวมถึงจะต้องมีการฉีดอินซูลินเข้าไปในร่างกาย เพื่อเข้าไปทดแทนส่วนที่ขาดหายไป ซึ่งในหญิงมีครรภ์ก็เช่นกัน จะต้องมีการควบคุมในเรื่องของการเลือกรับประทานอาหารไม่ให้มีรสหวานมาก แต่ในหญิงมีครรภ์แพทย์จะไม่ได้ให้ฉีดอินซูลิน เพียงแค่จะควบคุมเรื่องอาหารและการออกกำลังกายเท่านั้น

  และสำหรับคนที่เป็นโรคเบาหวานแล้วเกิดมีบาดแผลขึ้น แพทย์จะต้องมีการทำความสะอาดแผลให้มีความสะอาดอยู่เสมอ และต้องพันแผลเอาไว้และคอยสังเกตอาการของแผลอย่างต่อเนื่องเพราะหากแผลมีการลุกลามและไม่ดีขึ้นอาจมีความจำเป็นต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้แผลมีการลุกลามมากขึ้น

 

 

สนับสนุนโดย  ตรวจเอดส์ไม่เจอ

โรคไข้หวัดใหญ่ 

ช่วงนี้เป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะเกิดอาการตัวร้อน หนาวสั่น  มีอาการเป็นไข้  ก็ระวังกันหน่อย เพราะช่วงนี้คนชอบเป็นไข้กันมากไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือคนโต เพราะอาการเป็นไข้นั้นก็เกิดจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง 

  โรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งมีหลายโรคมากแต่มาแยกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆมีอยู่สองกลุ่มนั้นคือ  ไข้หวัดตามฤดูกาล และ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 

ไข้หวัดตามฤดูกาล เป็นไข้หวัดธรรมดา ซึ่งเราก็เป็นกันตามปกติ ซึ่งมีไข้ตัวร้อน แต่ไข้ตามฤดูกาลนั้นเรามีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ซึ่งแค่เรานั้นกินยาเดียวเราก็หายเป็นปกติ 

ส่วนไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่นั้นเกิดจากเชื้อไวรัสตัวเดิมที่มีการกลายพันธุ์ใหม่ทำให้เรานั้นไม่มีภูมิคุ้มกัน และติดเชื้อ ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ก็เหมือนไข้หวัดตามฤดูกาล อาการก็จะมีไข้ ตัวร้อน มีน้ำมูกไหล  แต่อากรไข้จะสูงอยู่ตลอดไม่ลดลง อาการไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่จะติดต่อ และติดง่ายกับคนที่ภูมิคุ้มกันน้อย ไม่จะเป็นเด็กหรือคนโต ถ้าเราไปสำผัสเช่น ไอจามใส่กัน ใช่ของส่วนตัวร่วมกันเช่น ผ้าเช็ดหน้า แก้วน้ำ ช้อน เป็นต้น   

ลักษณะไข้หวัดใหญ่นั้นจะรุ่นแรงกว่าไข้หวัดปกติที่เราสังเกตได้ง่าย เช่น จะมีไข้สูงไม่ค่อยลด  และจะมีอาการหนาวสั่นร่วมด้วย ทั้งเด็กและคนโต อาการปวดเมื่อยตามตัว  และเบื่ออาหาร อาการที่น่ากลัวของไข้หวัดใหญ่ก็คือ  มีอาการแทรกซ้อน ถ้าเป็นเด็กก็ ปอดอักเสบ ส่วนคนโตนั้นยิ่งถ้ามีโรคประจำตัวด้วยแล้วก็น่าเป็นห่วง อย่างเช่น โรคไทลอย โรคไต  โรคหัวใจเป็นต้น ถ้ามีอาการตัวร้อนสูงก็ควรไปหาหมอ เพราะจะเสี่ยงเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้  

ในการที่เราป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ถ้าเราเป็นไม่มากเราสามารถดูแลเองได้ที่บ้าน หมั่นเช็ดตัวบ่อยๆเพราะเป็นไข้ตัวร้อน โรคนี้จะมีไข้สูงตลอดเวลา    และให้กินยาพารา แก้ลดไข้ ถ้ามีน้ำมูกก็ให้กินยาลดน้ำมูก แต่ถ้าอาการเป็นติดต่อกันเกินสามวันก็ควรไปหาหมอให้เขาเช็คอาการให้ดีกว่าเป็นอะไรแทรกซ้อนไหม 

ในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นไข้ เราไม่ควรใช้ของร่วมกับคนอื่น  ขยันล้างมือให้บ่อย  และเราหลีกเลี่ยงจากคนป่วย ถ้าเราเลี่ยงไม่ได้ก็ควรใส่ผ้าปิดปากเพื่อป้องกันการติดไข้จากคนป่วย  และไม่ควรอยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเทร่วมกับคนอื่นเพราะการที่เราอยู่ร่วมกับคนอื่นก็อาจจะติดไข้กลับมาได้เหมือนกันถ้าคนที่อยู่ในนั้นเป็นไข้หวัด เราควรอยู่ในที่อากาศถ่ายเท 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราควรล้างมือให้สะอาด  และกินอาหารที่มีประโยชน์  นอนหลับพักผ่อนให้เป็นเวลา แล้วก็ออกกำลังเพื่อที่เราจะได้มีสุขภาพที่ดี 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  แทงหวยมาเลย์

วิธีดูแลผิวหน้าแบบชาวญี่ปุ่น

ญี่ปุ่น ดินแดนที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ของกินอร่อยๆ อากาศดี ๆ สาวสวยๆ และสาวญี่ปุ่นที่เราพบเห็นช่างมีผิวที่ดูดีมากเลย วันนี้เราจะมารองค้นหาวิธีการดูแลผิวหน้าแบบสาวญี่ปุ่นกันดีกว่าค่ะ คนอ่านทุกท่านจะได้มีผิวที่แลดูสุขภาพดีและเยาว์วัยอยู่เสมอ เพราะยุคสมัยี้ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหนก็ต้องหันมาดูแลเอาใจใส่ตัวเองกันนะคะ

วิธีแรกง่ายสุดเพียงแค่คุณปรับวิธีการกินอาหารของคุณให้ดี นอกจากอาหารจะทำให้ร่างกายเราแข็งแรงสุขภาพดีแล้วนั้น อาหารที่ดียังส่งผลต่อสุขภาพและความเปล่งปลั่งภายนอกของเราอีกด้วย เพราะฉะนั้นการดูแลความสวยความงามนั้นก็จะขึ้นอยู่กับอาหารที่คุณกิน ไม่ใช่เพียงแค่สิ่งที่คุณเอามาแปะบนร่างกาย สาวญี่ปุ่นมักจะไม่กินอาหารรสหวานจัด หรือ เนื้อสัตว์มากเกินไป โดยเธอมักจะเน้นผัก และ ปลาเป็นหลัก โดยเฉพาะปลาดิบที่มาจากทะเลน้ำลึก ที่มีกรดไขมัน omega3 ที่จะช่วยชะลอความแก่ได้ด้วย เพราะฉะนั้น หลงัจากววันนี้ ร้านซูชิแถวบ้านเราจะต้องลุกเป็นไฟ

ชาเขียวคือทุกอย่าง เรียกได้ว่ากรีดเลือดสาวๆชาวญี่ปุ่นออกมาอาจเป็นสีเขียวเลย็ว่าได้ค่ะ เพราะชาเป้นหนึ่งในเครื่องดื่มที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตขอชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เราจะพบเรื่องราวของชา ทั้งวัฒนธรรมการชงชา และความมีชื่อเสียที่เรียกได้ว่า หากถามหาชาเขียว เราก็นึกออกแต่ที่ประเทศนี้เท่านั้น ขนาดเครื่องดื่มชาเขียวแบรนด์ไทยยังตั้งชื่อให้เป็นภาษาญี่ปุ่น นอกจากชาเขียวจะมีไว้ดื่มแล้ว สำหรับญี่ปุ่น ชาเขียวยังสามารถนำมาใช้ในการรักษาสิวอีกด้วย โดยชามัทฉะหนึ่งแก้วนั้น มีค่าแอนตี้ออกซิแดนท์เท่ากับ ชาเขียวธรรมดา 10 แก้วเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นรู้หรือยังทำไม เขาถึงไม่แก่กันเลย ได้ยินแค่นี้ก็อิจฉาจนต้องเหมาอิชิตันสัก 10 ขวด

ข้าว อาหารหลักที่มีประโยชน์มากว่าอิ่มท้อง ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับข้าวพอๆกับคนไทยเราที่ต้องมีข้าวเป็นมื้ออาหารในทุกๆมื้อ นอกจากข้าวจะช่วยให้เราอิ่มท้องของคน เกอิชาสมัยก่อนใช้น้ำซาวข้าว ดูแลผิว ดูแลผม  เป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์แบบธรรมชาติสุดๆ โดยข้าวนั้นช่วยปกป้องผิวจากแดด และช่วยลดริ้วรอยได้อีกด้วย จะกินหรือเอามาอาบก็มีประโยชน์เหมือนกัน และวัฒนธรรมการใช้ข้าวในการดูแลผิวยังแพร่หลายใหลายประเทศอย่าง เกาหลีอีกด้วย

Oil ผิวเป็นประจำ สำหรับวิธีนี้ต้องของเตือนสาวๆชาวไทยที่ใช้ชีวิตในภูมิอากาศแบบ ร้อน ร้อนมากและร้อนที่สุดก่อนว่า เราอาจจะต้องเลือกช่วงเวลาที่ใจดูแลผิวด้วยวิธีนี้กันนิดนึงเพราะจากสภาพอากาสแล้วจากออยธรรมดาอาจจะฟิวั่นกับออยของเราด้วย แต่ตรงกันข้าวกับสาวญี่ปุ่นที่ไม่กลัวน้ำมัน ด้วยอากาศที่เย็นจัดในฤดูหนาว ทำให้มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมอยซ์เจอไรเซอร์หนัก ๆมากมาย เกอิชาในสมัยก่อนใช้ น้ำมันดอกคามิเลียในการลบเครื่องสำอางค์ และ ทำความสะอาดผิวหน้า โดยถือเป็นทริคที่ดังมากในประเทศญี่ปุ่น ช่วยชะลอวัยและช่วยทำความสะอาดใบหน้าได้ด้วย โดยหนังสือที่อายุเก่าแก่ที่สุดในโลก the Tale of Genji ยังบอกว่า ผู้หญิงในศาลสมัยนั้นใช้น้ำมันดอกคามีเลียแต่งผมอีกด้วย

เรียบง่ายสิดีที่สุด ทิ้งภาพสกินแคร์เต็มห้องน้ำไปหมดได้เลย เพราะสาวๆญี่ปุ่นนั้นจะไม่ใช้เครื่องสำอาง หรือ สกินแคร์เยอะมากนัก โดยจะใช้ของเป็นอย่างๆ ตามความสำคัญและหน้าที่ของมัน เพื่อประหยัดเวลา เช่น  ล้างหน้าเสร็จ ต่อด้วย โทนเนอร์ เซรั่ม และจบที่มอยซ์เจอไรเซอร์ เท่านั้นเอง

ไม่ว่าจะแดดที่ไทยหรือที่ญี่ปุ่นล้วนเป้นปัญหาต่อการทำร้ายผิวของเราทั้งสิ้น เนื่องจากแดดที่นั้นแรงมากจนแสบผิว จึงเป็นเหตุให้สาวญี่ปุ่นกลัวแดดกันมากทีเดียว เป็นเหตุให้มีผลิตภัณฑ์กันแดดเยอะสุดๆ เพราะฉะนั้นอย่าลืมหลีกเลี่ยงแสงแดดด้วยนะจ๊ะ เพราะแดดน่ากลัวกว่าที่คิดเยอะ

เชื่อว่าอะไรที่ไม่ดีหรือเป็นพิษกับร่างการเราล้วนรู้ดีแต่บางท่านก็ยังฝืนใช้เผื่อสวยทางัด วันนี้เราจะเริ่มกันใหม่ อะไรที่ไม่ดีกับร่างกาย เป็นพิษต่อร่างกาย  เธอจะเลี่ยงทั้งหมด เหลือแต่ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ทำลายผิว

มาร์คหน้ากันเถอะ สมัยก่อน ชาวเกอิชาใช้ผ้าไหมกิโมโนชุบด้วยน้ำกลั่นจากดอกไม้ วางลงบนผิวหน้า จึงเป็นเหตุให้สาวๆญี่ปุ่นมีมาร์ควางขายเยอะมาก เพราะเป็นวิธีที่ช่วยดูแลผิวในยามค่ำคืนก่อนนอน และช่วยให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี ที่สำคัญขายดิบขายดีสุดๆ ประมาณว่าใครมาญี่ปุ่นก็ต้องซื้อ

เมคอัพ โน เมคอัพถ้าเป็นชีวิตจริงทั่วไป ทำงานเดินเล่น สาวญี่ปุ่นจะแต่งหน้าประหนึ่งไม่ได้แต่งเลยล่ะ เพราะเขาดูแลผิวหน้ามาดีมากแล้วนั่นเอง อ้ออีกอย่างคือหลีกเลี่ยงสารเคมีเข้าสู่ร่างกายด้วยนั่นเอง

โยคะหน้า หรือ นวดหน้า เป็นเทคนิคอีกอย่างที่ช่วยลดริ้วรอยและเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด ที่จะช่วยให้สาวๆหน้าไม่แก่เร็วนั่นเอง

ทำความสะอาดต้องล้ำลึก การดูแลผิวหน้าของสาวญี่ปุ่นไม่ใช่การประโคมทุกอย่างลงไป แต่หัวใจหลักคือการทำความสะอาดต่างหากล่ะ เพราะหากคุณดูแลความสะอาดไม่ดีพอ ก็ไม่มีทางที่ใบหน้าจะดีได้ โดยสาวญี่ปุ่นถึงแม้จะไม่ได้แต่งหน้า ก็จะทำความสะอาดอย่างดีราวกับแต่งหน้าเลยล่ะ บางทีสองรอบขึ้นไปด้วยซ้ำ

เวลาอาบน้ำ = การใช้เวลา ในญี่ปุ่น การอาบน้ำเป็นเรื่องสำคัญ ไม่งั้นจะมีออนเซนทั่วเมืองเขาหรือ จริงป่ะ โดยจะเป็นการแช่ตัวในน้ำร้อน และขัดตัวขัดผิวให้สะอาด การอาบน้ำจะเป็นช่วงเวลาที่คุณได้ผ่อนคลายความเครียดก่อนจะล้มตัวลงนอนในแต่ละวัน

ขัดผิวเสมอ ผิวที่เรียบเสมอ คือ สิ่งสำคัญสำหรับสาว ๆ ญี่ปุ่นเลยล่ะ โดนส่วนใหญ่จะใช้ผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ เช่น ถั่ว เป็นต้น

วิตามินซีเสริม วิตามินซีที่วางขายเกลื่อนกลาดทั่วเมืองนั้น เป็นอีกไอเทมของสาวๆญี่ปุ่นที่ขาดไม่ได้  โดยเฉพาะวิตามินซีที่ช่วยเรื่องผิวของสาวๆ

ความสวยที่มาจากภายใน คนญี่ปุ่นไม่ได้มองคนแต่หน้าตาอย่างเดียวหรอกนะ เขายังมองคนที่ความสวยจากภายใน หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Mie-nai Oshareh อีกด้วย  ไม่ว่าคุณจะแต่งหน้าด้วยสินค้าราคาแพงแค่ไหน แต่ความสวยภายในนั้น ไม่มีใครใช้เงินซื้อได้ เพราะฉะนั้นจงเป็นตัวเองและมีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นกันดีกว่า

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยลาวออกกี่โมง

กาแฟลดความอ้วน

กาแฟหลายคนอาจจะเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายเนื่องจากมีคาเฟอีนที่เป็นคล้ายสารกล่อมประสาท อาจจะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรมเร็วแน่นอนว่าถ้าหากได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากสารเหล่านี้นั้นอาจจะไปทำลายร่างกายได้ แต่ถ้าหากมีการเลือกรับประทานกาแฟในปริมาณที่เหมาะสมและจำเป็นต่อร่างกายคาเฟอีนนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกัน

ในปัจจุบันมีการนำกาแฟชนิดต่างๆมาทำเป็นกาแฟเพื่อลดความอ้วนซึ่งการกินกาแฟแบบลดความอ้วนนั้นถือเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะจริงๆแล้วกาแฟโดยทั่วไปมีสารคาเฟอีนอยู่แล้วและสามารถช่วยลดความอ้วนได้ โดยไม่ต้องไปหาทานกาแฟที่ใช้สำหรับลดความอ้วนเพราะกาแฟที่ขายแล้วบอกว่าเป็นกาแฟลดความอ้วนนั้นอาจจะมีสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้หรืออาจจะมีคาเฟอีนที่มากเกินไปจนทำให้เกินความจำเป็นที่ร่างกายต้องการได้

การรับประทานกาแฟเพื่อลดความอ้วน ควรจะเลือกทานกาแฟที่ไม่มีส่วนผสมของนม ครีมเทียม หรือน้ำตาล เพราะสิ่งที่ทำให้เราอ้วนนั้นไม่ใช่กาแฟ แต่เป็นนม ครีมเทียมต่างๆและน้ำตาลต่างหาก ซึ่งการรับประทานกาแฟเพื่อลดความอ้วนนั้นควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมและกาแฟที่รับประทานต้องเป็นกาแฟที่ไม่มีส่วนผสมของนม ครีมเทียมหรือน้ำตาลเลยเด็ดขาด เช่น อเมริกาโน่ จะเป็นกาแฟที่ไม่มีการใส่นม ครีมเทียม หรือน้ำตาล

จะเป็นกาแฟเพียวๆมีรสชาติกาแฟที่แท้จริงมาก เพราะอเมริกาโน่นั้นเป็นกาแฟที่มีกาแฟและน้ำเป็นส่วนผสม ทำให้บางร้านมีการใส่น้ำตาลหรือไซรัปเข้าไปเพื่อให้รับประทานง่ายขึ้น แต่หากจะลดความอ้วนต้องสั่งเลยว่า อเมริกาโน่ไม่หวาน ย้ำว่าไม่หวานคือไม่ใส่อะไรเลยนั่นเอง ทำให้กาแฟชนิดนี้นั้นเหมาะสำหรับคนลดความอ้วนและควรจะรับประทานวันละ 1 แก้วก็เพียงพอแล้วแต่ถ้าหากเป็นคนชอบรับประทานกาแฟอาจจะรับประทานวันละ2แก้ว คือการรับประทานในช่วงเช้า 1 แก้ว และในช่วงบ่าย 1 แก้ว ก็ถือว่าปริมาณยังไม่มากเกินไปกว่าที่ร่างกายต้องการ

การรับประทานกาแฟเพื่อลดความอ้วนนั้น กาแฟจะมีส่วนช่วยทำให้เรานั้นลดความอยากอาหารลงได้ เนื่องจากกาแฟมีคาเฟอีนนั่นเอง และสำหรับคนที่ลดความอ้วนนั้นไม่ใช่ว่าจะดื่มแต่กาแฟแล้วไม่รับประทานอาหารเลยไม่ได้นะ เพราะจะทำให้ร่างกายอาจจะขาดสารอาหารหรือไม่มีแรงเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันได้ และต้องย้ำว่ากาแฟ เป็นเพียงตัวช่วยลดความอยากอาหารเท่านั้น อย่างไรก็ตามก็ต้องรับประทานอาหารที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อร่างกายและเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตด้วย และที่สำคัญการออกกำลังกายควบคู่กับการรับประทานกาแฟและอาหารที่ดีมีประโยชน์นั้นจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการช่วยลดความอ้วนได้นั่นเอง

 

 

ขอบคุณ  แทงหวยลาว  ที่ให้การสนับสนุน

สุขภาพในการออกกำลังกาย  

เมื่อในปัจจุบันเราเดี่ยวนี้มีแต่คนเริ่มที่จะหันมาดูแลเรื่องสุขภาพกันมากขึ้นเพราะว่ากลัวกับการที่เราจะมีโรคภัยไข้เจ็บกลัวว่าเราจะมีรูปร่างที่ไม่สวยงาม  ดังนั้นเมื่อเราเริ่มที่จะดูแลตัวเองเราจะเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกิน   หรือว่าการออกกำลังกาย  เมื่อเราพอที่จะมีเวลาเราก็ไปออกกำลังการเลือกซื้อเลือกการกินเพราะว่าเริ่มที่จะกลัวเรื่องสุขภาพของตัวเอง 

         การที่เราออกกำลังกายมีอยู่มากมายว่าเราต้องการที่จะเลือกแบบไหน  ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง  หรือว่าการตีแบด  การปั่นจักกระยาน   เล่นโยค่ะอยู่ที่บ้าน  หรือว่าเลือกการออกกำลังกายอยู่ที่บ้านเพราะว่าประหยัดเวลาอย่างเช่น  เมื่อเรากลับมาจากที่ทำงานแล้วเราทำงานบ้านต่างๆแล้ว  แต่ว่าเราพอที่จะมีเวลาในการออกกำลังกายแต่จะให้เราไปออกที่ยิม  หรือว่าสถานที่ออกกำลังกายอย่างเช่น หน้าหมู่บ้าน  หรืออะไรแบบนี้  ทำให้เราไม่สะดวก  เราก็เลือกที่จะออกกำลังกายภายในบ้านก็ได้  อย่างเช่นการที่เราเล่น โยค่ะ  หรือว่าออกกำลังท่าต่างๆที่สามารถออกกำลังกายภายในบ้านได้  อย่างเช่นการที่เราวิ่งรอบๆบ้าน     หรือว่าเราจะชวนลูกๆหลานๆเราออกมาเล่นตีแบดนั้นก็ได้เหมือนกัน  

       เพราะว่าการที่เราหันมาใส่ใจในเรื่องของการรักสุขภาพก็ทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงมีสุขภาพที่ดี  และอีกอย่างได้รูปร่างที่ดีด้วย  เพราะว่าเดี่ยวนี้ไม่จะเป็นคนรุ่นไหนก็หันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพกันอย่างมากเพราะว่ากลัวที่เราจะรูปร่างที่ไม่ดีกลัวเพราะด้วยในตอนนี้คนเราทุกคนอยากที่จะมีรูปร่างที่ดีในการที่เรามีรูปร่างที่เราจะเหมือนมีชัยไปมากกว่าครึ่งเพราะว่าการที่เรามีหุ่นที่ดีเราจะสามารถที่จะใส่เสื้อผ้าอะไรนั้นก็ดูดีไม่ต้องไปหาเลือกไซต์เสื้ออะไรเพราะว่าในยุคนี้เป็นยุคที่เราต้องมีหุ่นเอวบางร่างน้อย  

      ส่วนเรื่องของอาหารที่เรากินใครที่ชื่นชอบในการกินแต่เนื้อสัตว์ไม่ยอมที่จะผักมากกว่าเนื้อนั้นก็ต้องบอกเลยว่า   คุณไม่สามารถที่จะผอมได้เพราะว่าการที่เราอยากที่จะเลือกในการกินเราต้องเลือกที่จะกินผักมากกว่าการกินเนื้อ  ดังนั้นเราควรที่จะใส่ใจในเรื่องของการกินเลยในตอนนี้มีแต่คนเริ่มที่จะหันมากินผักมากว่าและเริ่มที่จะไม่กินน้ำมัน  

เพราะว่าการที่เรากินแต่ของมันจะทำให้เราเกิดโรคอ้วนและก็เป็นโรคของไขมันดังนั้นเราก็ต้องดูแลในเรื่องของการกิน

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

สิ่งที่ไม่ควรรับประทานหลังการออกกำลังกาย

หลังจากการที่เราพึ่งจะสูญเสียเหงื่อเป็นอย่างมากในการออกกำลังกาย อาหารบางชนิดก็ไม่ควรที่จะรับประทานทันทีหลังการออกกำลังกาย โดยคนส่วนใหญ่มักจะคิดว่าหลังการออกกำลังกาย เรารู้สึกเหนื่อยมาก จะรับประทานอะไรก็ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วอาหารบางชนิดหากรับประทานทันทีหลังการออกกำลังกายอาจส่งผลเสียหรือเกิดอันตรายขึ้นกับร่างกายได้ ผู้ที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรที่จะศึกษาว่าอาหารชนิดใดที่ไม่ควรรับประทานหลังการออกกำลังกายทันที

เครื่องดื่มชูกำลัง โดยส่วนใหญ่เรามักจะเห็นฉลากที่ข้างขวดของเครื่องดื่มชูกำลังมักจะมีข้อมูลว่าดื่มเพื่อชดเชยน้ำในร่างกายที่สูญเสียไปหลังจากการออกกำลังกายหรือเหมาะสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย แต่ความเป็นจริงแล้วการรับประทานเครื่องดื่มชูกำลังหลังจากการออกกำลังกายไม่ได้ส่งผลดีต่อร่างกายนัก การชดเชยน้ำที่สูญเสียไปของร่างกายด้วยการดื่มน้ำเปล่าแทนจะเป็นวิธีการที่ถูกต้อง และปลอดภัยมากกว่า เพราะในบางรายมีการดื่มเรื่องดื่มชูกำลังหลังการออกกำลังกายแล้วมีอาการแน่นหรือเจ็บหน้าอกแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายแบบฉับพลันได้

ผัก และผลไม้ โดยส่วนใหญ่ผู้คนมักจะคิดว่าการรับประทานผัก และผลไม้หลังการออกกำลังกายเป็นการช่วยเสริมสร้างวิตามินให้แก่ร่างกาย แต่ความเป็นจริงแล้วหลังการออกกำลังกายสิ่งที่ร่างกายต้องการคือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และเกลือแร่ ซึ่ง 3 สิ่งเหล่านี้ไม่มีในผัก และผลไม้ ดังนั้นเมื่อรับประทานผัก และผลไม้เข้าไปทันทีหลังการออกกำลังกายนอกจากจะไม่ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายมีกำลังขึ้นแล้ว ร่างกายยังไม่สามารถนำวิตามินจากผัก และผลไม้ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ชีส (Cheese) ชีสนั้นมีอยู่มากมายหลากหลายชนิด แต่ในทุกชนิดนั้นล้วนให้ไขมันกับร่างกายทั้งหมด ผู้ที่ออกกำลังโดยส่วนใหญ่มักอยากที่จะมีรูปร่างที่ดี มีสุขภาพร่างกายที่ดี แต่หากเรารับประทานชีสเข้าไปทันทีหลังการออกกำลังกาย การออกกำลังที่เราตั้งใจทำมาทั้งหมดก็สูญเปล่า เพราะในขณะที่เรากำลังออกกำลังกายนั้น ร่างกายก็จะเผาผลาญไขมันส่วนเกินออกไป แต่หากเรารับประทานชีสหลังจากการออกกำลังกายทันทีนั่นเท่ากับว่าเป็นการเติมไขมันเข้าไปในร่างกายอีก ซึ่งไม่ส่งผลดีแน่ ๆกับผู้ออกกำลังกายที่ต้องการให้รูปร่างดี

น้ำอัดลม น้ำหวานทุกชนิด หลังจากการออกกำลังกาย ร่างกายของเราจะรู้สึกกระหายน้ำเป็นอย่างมาก เนื่องจากการสูญเสียเกลือแร่ในร่างกาย แต่หากเรารับประทานน้ำอัดลมหรือน้ำหวานทันทีหลังจากการออกกำลังกาย จะส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพราะในน้ำอัดลม และน้ำหวานนั้นมีปริมาณน้ำตาลที่สูงมาก เพื่อให้ผู้ดื่มรู้สึกสดชื่นขึ้นทันทีที่ดื่ม แต่ในขณะที่ร่างกายเรากำลังกระหายน้ำเป็นอย่างมาก จะทำให้เราดื่มในปริมาณที่มากจนเกินไป ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูง ซึ่งไม่ส่งผลดีต่อร่างกายในระยะยาวแน่ ๆ

บัวหิมะอาหารบำรุงสมองของลูกน้อย 

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักบัวหิมะแต่ส่วนใหญ่ที่ผู้คนจะรู้จักบัวหิมะกันในรูปแบบของครีมบำรุงผิวเพื่อลดการเกิดริ้วรอย และช่วยลดรอยแผลไฟไหม้ แต่จริงๆแล้วบัวหิมะมีผลิตออกมาได้หลายรูปแบบทั้งในการแปรรูปเป็นครีมทั้งที่เป็นดอกบัวหิมะหรือเป็นบัวหิมะสดซึ่งวันนี้ที่เราจะพูดถึงกันก็คือบัวหิมะสดหลายคนอาจจะเรียกว่าหัวบัวหิมะก็ได้ ซึ่งหัวบัวหิมะสดนี่เองที่เราจะสามารถนำมารับประทานและมีสรรพคุณในการรักษาเป็นยาสมุนไพรและช่วยในเรื่องของการบำรุงสมองรูปร่างของบัวหิมะสดจะมีลักษณะเหมือนกับมันเทศส่วนรสชาติไม่ต้องพูดถึงเพราะอร่อยมีรสชาติหวานฉ่ำน้ำ กัดแล้วรู้สึกกรอบ 

นอกจากจะนิยมนำมาเป็นยาสมุนไพร หลายคนยังนิยมนำบัวหิมะมาทานเพื่อบำรุงร่างกายและใช้เป็นยาลดความอ้วนได้อีกด้วยเพราะบัวหิมะให้พลังงานต่ำ สำหรับคนที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหรือคนที่เป็นโรคเบาหวานหรือคนที่เป็นโรคหัวใจมักจะนำบัวหิมะสดมาทานเพื่อช่วยรักษาอาการของโรคเหล่านี้ให้ดีขึ้น เชื่อหรือไม่ว่าคนท้องก็สามารถกินบัวหิมะสดได้

สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หากอยากจะรับประทานบัวหิมะสด ควรจะกินในปริมาณที่พอเหมาะเพราะหากกินบัวหิมะมากเกินไปแทนที่จะได้ประโยชน์จากมันก็อาจจะเกิดโทษได้เหมือนกัน ประโยชน์ของบัวหิมะที่มีต่อคุณแม่ที่กำลังตั้งท้องนั้นจะช่วยเสริมสร้างโภชนาการให้ทั้งกับตัวคุณแม่เองและลูกน้อยในครรภ์โดยในบัวหิมะจะมีทั้งกรดอะมิโนและโปรตีนแต่ถ้าหากเรากินมากก็จะส่งผลให้ท้องเสียได้อย่างที่เราบอกกันไปแล้วว่าในบัวหิมะมีทั้งโปรตีนและกรดอะมิโนรวมถึงวิตามินและแคลเซียม

ดังนั้นเมื่อคุณแม่ทานเข้าไปสารอาหารเหล่านี้จะส่งต่อไปยังลูกลูกในครรภ์ได้ซึ่งจะไปสร้างประโยชน์ให้กับลูกน้อยของเราให้ช่วยพัฒนาสมองและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของลูกน้อยเกิดมาแข็งแรงสมบูรณ์แต่เค้าแนะนำคือสำหรับคุณแม่ที่คลอดลูกคลอดบุตรออกมาแล้วไม่ควรที่จะกินบ่หิมะสดเพราะทุกอย่างที่แม่กินจะส่งผลต่อลูก

เพราะลูกหนูจะต้องกินน้ำนมต่อจากแม่ดังนั้นหากแม่กินบัวหิมะสดแล้วท้องเสียเมื่อลูกน้อยกินนมของคุณแม่เข้าไปก็จะทำให้ท้องเสียตามไปด้วยถึงได้บ่นว่าจะมีประโยชน์แต่ก็อาจจะมีโทษสำหรับคนที่แพ้บุหรี่มาได้หากว่ากินบ๊วยมาก็ไปแล้วรู้สึกว่ามีอาการคันควรหยุดทานทันทีหากไม่มั่นใจว่าเป็นการคันเพราะเกิดจากการแพ้บ๊วยมาหรือเปล่าให้ไปปรึกษาแพทย์

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์ขั้นต่ำ 1 บาท

หน้าหนาวป่วยง่าย สุขภาพร่างกายต้องระวัง

แพทย์อายุรเวช โรงพยาบาลหัวเฉียว ไขปัญหาให้ฟังว่า เมื่อเข้าสู่หน้าหนาว สถานการณ์โอบล้อมของอุณหภูมิกลางอากาศที่เปลี่ยนไป อาจทำให้ร่างกายปรับพฤติกรรมไม่ทันจนกระทั่งนำไปสู่โรคได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้น โดยโรคที่พบบ่อยในตอนหน้าหนาว มี 4 โรคใหญ่ๆ ดังนี้

1. โรคระบบทางเดินหายใจ เมื่อไล่ลำดับของโรคที่เผชิญได้บ่อยมากที่สุดในตอนหน้าหนาว คงจะหนีไม่พ้นไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ โดยความไม่เหมือนของทั้งคู่สามารถแยกได้จากอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกาย

– หวัดธรรมดา จะมีการไอ จาม น้ำมูกไหล คันคอ เจ็บคอ ไข้มักไม่ขึ้นสูง ภาวะแทรกซ้อนไม่ร้ายแรง การดูแลรักษาเป็นการดูแลร่างกายให้อบอุ่น กินน้ำ จิบน้ำบ่อยๆ พักผ่อนให้พอเพียง ไม่จำเป็นที่จะต้องให้ยาปฏิชีวนะหรือยาที่ใข้เพื่อการฆ่าเชื้อ

– ไข้หวัดใหญ่ มีลักษณะเมื่อยกล้ามเนื้อ ไข้สูงมากกะทันหันร่วมด้วย การดูแลและรักษาจะใช้ยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อไวรัส บวกกับการดูแลรักษาตามอาการให้ดีขึ้น ถ้าเกิดเป็นกรุ๊ปเสี่ยง ได้แก่ เด็กตัวเล็กๆอายุน้อยกว่า 2 ปี หรือคนแก่แก่กว่า 65 ปี ผู้ที่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง โรคหอบหืด เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต ชี้แนะให้ฉีดยาป้องกันไข้หวัดใหญ่คุ้มครองป้องกันไว้ก่อน ยิ่งไปกว่านี้ผู้เจ็บป่วยควรจะใส่หน้ากากเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไปสู่คนอื่นๆ ด้วย

– โรคหลอดลมอักเสบ มีลักษณะอาการไอแห้งๆ เรื้อรัง อาจมีไข้ต่ำๆ รวมทั้งเสียงที่แหบขึ้น ต้นสายปลายเหตุโดยมากมีเหตุที่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งได้ผลข้างเคียงมาจากหวัด การดูแลและรักษาก็ คือ ดูแลตัวเองเช่นกัน แต่ว่าถ้าเชื้อขยายไปสู่ปอด ผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะไข้ หอบ รวมทั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีสภาวะพร่องออกซิเจน บางรายอาจมีน้ำในเยื่อห่อหุ้มปอดที่จำเป็นจะต้องเจาะระบายน้ำออกเพื่อการดูแลรักษา โรคนี้มักเกิดกับผู้ที่มีประวัติหรือโรคร่วมอื่นๆ เสี่ยง ตัวอย่างเช่น ในหมู่คนไข้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้เจ็บป่วย รวมทั้งกลุ่มชนที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์บ่อยๆ ความอันตรายของโรคอยู่ที่ภาวะแทรกซ้อนจากไข้หวัดใหญ่ที่อาจก่อให้อาการทรุดลง จะต้องรีบไปพบหมอแต่เนิ่นๆ

2. โรคที่เกิดขึ้นและมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส เป็นโรคติดต่อในกรุ๊ปของโรคหัด โรคหัดเยอรมัน รวมทั้งอีสุกอีใส เชื้อโรคที่เป็นบ่อเกิดนั้นแพร่อยู่กลางอากาศเหมือนกับหวัด แม้กระนั้นจะมีลักษณะระบุที่เพิ่มเข้ามา ดังนี้
– โรคหัด มีลักษณะอาการไอ เคืองตา ตาแดง ในปากจะมีผื่นหรือตุ่มเล็กๆ ร่วมกับมีผื่นแดงที่จะเริ่มจากบริเวณใบหน้า ลุกลามมาที่คอ ลำตัว กระทั่งไปถึงขา เชื้อแพร่ผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกันเหมือนกันกับหวัด การดูแลรักษาโรคจะรักษาตามอาการ ตัวอย่างเช่น ให้ยาลดไข้ ยาใช้ภายนอกแก้ผื่นคัน ตอนนี้มีวัคซีนคุ้มครองที่ฉีดตั้งแต่วัยเด็ก 9 – 12 เดือน แต่ว่าถ้ามีลักษณะควรจะรีบเจอหมอโดยทันที เพราะบางรายอาจมีอาการเข้าแทรก
– โรคหัดเยอรมัน ลักษณะของโรคเหมือนหัด แม้กระนั้นจะมีผื่นเล็กๆ สีชมพูอ่อนกระจัดกระจายไปทั่ว เริ่มจากหน้าผาก ชายผม รอบปาก รวมทั้งเป็นไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย เชื้อแพร่ผ่านการไอ จาม หรือหายใจรดกันเหมือนกันกับหวัดหรือฝึกฝนอันตรายของโรคนี้ถ้ากำเนิดกับหญิงมีครรภ์ 3 เดือนแรกอาจส่งผลให้ลูกในท้องทุพพลภาพได้ แพทย์อาจต้องพิจารณายุติการตั้งครรภ์

– อีสุกอีใส เริ่มจากเป็นไข้ต่ำๆ เมื่อยล้า เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว รวมทั้งมีตุ่มนูนแดงขึ้น ถัดมาตุ่มน้ำจะเริ่มเป็นตุ่มหนองก่อนที่จะเป็นสะเก็ด ใช้เวลาทั้งปวงราวๆ 2 อาทิตย์ ระยะติดต่อจะอยู่ในตอนของการเกิดตุ่มน้ำ ก็เลยไม่สมควรสัมผัสถูกผู้เจ็บป่วยหรือสิ่งของที่เลอะตุ่มน้ำ การดูแลรักษาหมอจะรักษาตามอาการ และก็คนป่วยที่เคยเป็นโรคนี้แล้วจะมีภูมิคุ้มกันตลอดชีพ

3. โรคผิวหนังอักเสบ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังแห้ง แตก เป็นสะเก็ด หรือขี้กลาก โรคเกลื้อน ที่เกิดขึ้นจากเชื้อราซึ่งเติบโตดีในฤดูหนาว วิธีการป้องกัน คือ การทาครีมบำรุงเพื่อคุ้มครองปกป้องผิวแห้ง กินน้ำแล้วก็รับประทานผลไม้เพิ่มขึ้นเพื่อรักษาความชื้นของผิวดูแลข้างในรวมถึงภายนอกด้วยการเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ หรือมีกลิ่นเหม็นอับเปียกชื้น ถ้ากำเนิดลักษณะของขี้กลากหรือโรคเกลื้อน สังเกตได้ว่า ผิวหนังแห้งเป็นวง มีขุยขาวๆ ผื่นคัน รอบๆข้างหลัง ลำตัว แขน ขาหนีบ ควรจะรีบไปพบหมอ

4. โรคระบบทางเดินอาหาร เป็น อุจจาระร่วง ท้องร่วง จะพบได้มากในตอนหน้าหนาวโดยยิ่งไปกว่านั้นเชื้อโรต้าเชื้อไวรัส ซึ่งพบได้มากในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ อาการโรคจะไม่เหมือนกับท้องเดินทั่วๆไป เป็น ถ่ายบ่อยครั้ง หรือถ่ายเป็นน้ำ มีลักษณะอาการไข้ หมดแรงหรือคลื่นไส้ร่วมด้วย รวมทั้งมีลักษณะขาดเกลือแร่หรือน้ำภายในร่างกายมากยิ่งกว่าคนป่วยที่เป็นของกินเป็นพิษทั่วๆไป แม้มีลักษณะดังกล่าวควรจะรีบไปพบหมอ การป้องกัน คือ ทานอาหารที่สุก สะอาด หากอยู่สนิทสนมคนไข้ให้ล้างมือเสมอๆ

ถึงแม้ฤดูหนาวจะแอบแฝงไว้ด้วยโรคภัยต่างๆ แต่ว่าพวกเราสามารถดูแลตัวเองเพื่อจัดการกับเชื้อโรคได้ตามหนทาง ดังเช่นว่า ล้างมือให้สะอาด รับประทานร้อน ช้อนกลาง เลี่ยงการอยู่ในที่คับแคบหรืออากาศไม่ระบาย เนื่องจากว่าบางทีอาจจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดต่อโรคทางเดินหายใจ ในทางตรงกันข้ามถ้าพวกเราเป็นผู้เจ็บป่วย ก็จะต้องใส่หน้ากากอนามัย อย่าไอจามรดบุคคลอื่น กินน้ำมากๆ พักให้พอเพียง แล้วรักษาร่างกายให้แข็งแรง รวมทั้งอบอุ่นร่างงกายอยู่เป็นประจำ เพียงแค่นี้ก็ไกลห่างจากโรคที่มากับอากาศหนาวได้แล้ว